ข้ามไปยังเนื้อหา

Odoo Licensing & Implementation Costs in Thailand

Breakdown of Odoo Community/Standard/Enterprise pricing, implementation expenses, and hosting options to calculate total cost of ownership for Thai busines

Odoo Licensing & Implementation Costs in Thailand
Calculator Numbers by Martin Vorel (CC CC0 1.0)
Ravi Shanker Singhอ่าน 3 นาที

ราคาไลเซนส์ Odoo ตามฉบับ (Community, Standard, Enterprise)

คำถามแรกที่ลูกค้าถามผมทุกครั้งคือ "Odoo ราคาเท่าไหร่" แล้วคำตอบที่ทำให้หลายคนงงคือ "แล้วแต่ว่าคุณหมายถึงอะไร"

Odoo Community เป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่ดาวน์โหลดมาใช้ฟรี ไม่มีค่าไลเซนส์ ไม่มีค่ารายเดือน และมี module Accounting พื้นฐานให้ใช้งานจริงอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าไม่มีเลยอย่างที่หลายคนเข้าใจผิดกัน สิ่งที่ Community ไม่มีคือฟีเจอร์ขั้นสูง เช่น Studio สำหรับปรับแต่งฟอร์มโดยไม่เขียนโค้ด, ระบบ OCR อ่านใบกำกับภาษีผู้ขายด้วย AI, การซิงก์ธนาคารอัตโนมัติ และ Barcode Lot Traceability ขั้นสูง — ฟีเจอร์เหล่านี้อยู่ใน Enterprise Edition เท่านั้น (เปรียบเทียบละเอียดที่ oec.sh/blog/odoo-community-vs-enterprise)

ส่วน Odoo Enterprise ปัจจุบันบนเว็บไซต์ทางการเรียกแพ็กเกจว่า Standard และ Custom เป็นแบบ subscription คิดค่าไลเซนส์ต่อผู้ใช้ต่อเดือน ตามหน้าราคาอย่างเป็นทางการที่ odoo.com/pricing-plan ณ เดือนสิงหาคม 2569 แพ็กเกจ Standard อยู่ที่ประมาณ 24.90 ดอลลาร์สหรัฐต่อผู้ใช้ต่อเดือน คิดเป็นเงินบาทตามอัตราแลกเปลี่ยนขณะนั้นราว 850-900 บาท ครอบคลุมทุก apps ที่ Odoo มี ส่วนแพ็กเกจ Custom ราคาสูงกว่าอีกขั้น แลกกับสิทธิ์ multi-company ขั้นสูง external API และการซัพพอร์ตระดับที่ลึกกว่า

ราคานี้เปลี่ยนแทบทุกปี และมีส่วนลดตามจำนวนผู้ใช้ที่ต่างกันไป เปิดหน้า pricing ของ Odoo เองก่อนคุยกับพาร์ตเนอร์ทุกครั้ง จะได้รู้ราคาฐานที่แท้จริงก่อนที่ใครจะมาบวกค่าบริการทับ

ประเด็นที่คนไทยมักพลาดคือคิดว่า "ซื้อ Enterprise ครั้งเดียวจบ" ความจริงคือค่าใช้จ่ายรายปีตลอดอายุการใช้งาน บริษัทที่มีพนักงานใช้งาน 30 คน ค่าไลเซนส์อย่างเดียวก็อาจตกปีละหลักแสนบาท และเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่ทีมขยาย

ค่าใช้จ่ายการสอบเทียม ปรับแต่ง และเปิดตัวระบบ

นี่คือก้อนที่ธุรกิจไทยส่วนใหญ่ประเมินต่ำที่สุด ค่าไลเซนส์อาจดูเป็นตัวเลขเล็กเมื่อเทียบกับค่า implementation

โปรเจกต์ Odoo ทั่วไปสำหรับ SME ไทยที่มีความซับซ้อนปานกลาง เช่น ต้องเชื่อมกับระบบ POS เดิม ต้องแปลงข้อมูลลูกค้าและสต๊อกจากระบบเก่า ต้องตั้งค่าใบกำกับภาษีให้ตรงกับรูปแบบที่กรมสรรพากรกำหนด งบ implementation มักอยู่ในช่วง 300,000-1,500,000 บาท ขึ้นกับจำนวน module ที่ใช้และความซับซ้อนของ business process

ปัจจัยที่ทำให้ราคาพุ่งเร็วที่สุดคือการ "ปรับแต่งเกินความจำเป็น" ผมเคยเจอลูกค้าโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์แถวสมุทรปราการที่อยากให้หน้าจอ MRP เหมือนระบบเดิมทุกปุ่มทุกช่อง สุดท้ายค่า custom development บวมเกินงบเดิมสามเท่า เพราะทีมพัฒนาต้องเขียนโค้ดทับ standard flow ของ Odoo แทนที่จะปรับ business process ให้เข้ากับระบบ

ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้แบ่งคร่าวๆ ได้เป็น

  • ค่าวิเคราะห์ระบบและ workshop เก็บ requirement (มักคิดเป็นวัน หรือแพ็กเกจ fixed price)
  • ค่าตั้งค่าระบบพื้นฐาน (chart of accounts, ภาษี, เอกสาร)
  • ค่าแปลงข้อมูล (data migration) จากระบบเดิม
  • ค่าพัฒนา custom module หรือ integration กับระบบอื่น
  • ค่าฝึกอบรมผู้ใช้งานจริง

ธุรกิจที่ใช้ standard flow ของ Odoo แบบเกือบไม่ปรับแต่งเลย อาจจบโปรเจกต์ใน 2-3 เดือน ด้วยงบต่ำกว่า 300,000 บาท แต่ธุรกิจที่มีกระบวนการเฉพาะทาง เช่น โรงงานผลิตแบบ make-to-order หรือธุรกิจนำเข้า-ส่งออกที่ต้องคำนวณ landed cost หลายสกุลเงิน งบมักดันขึ้นไปแตะหลักล้านได้ไม่ยาก

ค่าทดลองใช้โครงสร้างพื้นฐาน และค่าโฮสติง

Odoo มีสามทางเลือกหลักสำหรับการโฮสต์ คือ Odoo Online (SaaS ที่ Odoo ดูแลให้ทั้งหมด), Odoo.sh (แพลตฟอร์ม hosting เฉพาะของ Odoo ที่รองรับ staging/production/dev branch) และการติดตั้งเอง (self-hosted) บนเซิร์ฟเวอร์หรือ cloud ที่บริษัทดูแลเอง

Odoo Online เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็กถึงกลางที่ไม่อยากยุ่งกับเซิร์ฟเวอร์เลย ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ในค่าไลเซนส์แล้ว แต่ข้อจำกัดคือปรับแต่ง infrastructure เองไม่ได้ และการติดตั้ง custom module บางแบบทำได้จำกัดกว่า

Odoo.sh เหมาะกับธุรกิจที่มี development team หรือพาร์ตเนอร์ที่ต้องพัฒนา custom module เยอะ เพราะมีระบบ staging แยกจาก production ชัดเจน ตามเอกสารทางการ (odoo.com/documentation ในหมวด Odoo.sh) มีการคิดราคาแยกจากค่าไลเซนส์ user โดยคิดตามขนาดของ instance ที่ใช้

ส่วนการติดตั้งเองบน cloud อย่าง AWS หรือ DigitalOcean หรือ VPS ในไทยแบบ CAT/TOT เดิม ต้นทุนจะอยู่ที่ค่าเซิร์ฟเวอร์บวกค่า DevOps ที่ต้องดูแลเรื่อง backup, security patch, SSL certificate เอง ธุรกิจที่เลือกทางนี้ต้องมีคนหรือพาร์ตเนอร์ที่ดูแลระบบได้จริง ไม่ใช่แค่ติดตั้งแล้วปล่อยทิ้งไว้

สิ่งที่มักถูกลืมคือค่าทดสอบก่อนขึ้นระบบจริง หรือ UAT (User Acceptance Testing) ข้ามขั้นตอนนี้แล้วเจ็บทีหลังแทบทุกครั้ง สต๊อกไม่ตรง ยอดขายไม่ sync กับบัญชี ปัญหาแบบนี้โผล่มาหลังเปิดระบบจริงเสมอ และแก้ตอนนั้นแพงกว่าทดสอบก่อนหลายเท่า

ค่าบำรุงรักษารายปี การอัปเดต และการสนับสนุน

Odoo ออกเวอร์ชันใหม่ทุกปี (Odoo 17, 18, และต่อไป) การอัปเกรดเวอร์ชันไม่ใช่แค่กดปุ่ม โดยเฉพาะถ้าบริษัทมี custom module เพราะโค้ดที่เขียนบนเวอร์ชันเก่าอาจใช้กับเวอร์ชันใหม่ไม่ได้ตรงๆ ต้องมีการทดสอบและแก้ไขให้เข้ากัน

สำหรับลูกค้าที่ใช้ Enterprise subscription จะได้สิทธิ์อัปเกรดเวอร์ชันฟรีในแง่ core software แต่ยังต้องจ่ายค่าแรงให้พาร์ตเนอร์ทดสอบและปรับ custom module ให้ทำงานถูกต้องหลังอัปเกรด งบส่วนนี้มักคิดเป็นวันทำงาน ไม่ใช่ fixed price เพราะขึ้นกับความซับซ้อนของ customization ที่มี

ค่าสนับสนุนรายเดือนหรือรายปี (maintenance contract) กับพาร์ตเนอร์ท้องถิ่นมักคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของค่า implementation เดิม ตัวเลขที่พบบ่อยในตลาดไทยอยู่ราว 15-20% ต่อปีของมูลค่าโปรเจกต์ แลกกับสิทธิ์เรียกใช้ทีมซัพพอร์ตเมื่อระบบมีปัญหา แก้บั๊กเล็กน้อย และคำปรึกษาเรื่องการใช้งาน

ไม่ทำสัญญา maintenance เลยก็ได้ แต่ถ้าระบบล่มกะทันหันแล้วต้องเรียกทีมนอกมาแก้แบบเร่งด่วน ราคาที่จ่ายจะสูงกว่าสัญญาปกติ 2-3 เท่าเสมอ

ตัวอย่างงบประมาณแท้จริงสำหรับธุรกิจชนิดต่างๆ ในไทย

**ร้านอาหารเชนเล็ก 5 สาขาในกรุงเทพฯ** ใช้ Odoo POS และ Inventory เชื่อมกันแบบ standard ไม่มี custom module ค่าไลเซนส์สำหรับผู้ใช้ราว 10 คน บวกค่า implementation ทำเอง 2 เดือน งบรวมปีแรกอยู่ราว 250,000-400,000 บาท ปีถัดไปเหลือแค่ค่าไลเซนส์กับค่าสนับสนุนเล็กน้อย

**โรงงานผลิตชิ้นส่วนพลาสติกที่ระยอง มี SKU ประมาณ 4,200 รายการ** ต้องใช้ Manufacturing, Inventory แบบ multi-warehouse, Quality และเชื่อมกับเครื่องชั่งน้ำหนักหน้าไลน์ผลิต งบ implementation อยู่ที่ราว 1,200,000 บาท ใช้เวลา implementation 5-6 เดือน บวกค่าไลเซนส์ผู้ใช้ 25 คนต่อปี และค่า maintenance ปีละราว 180,000-200,000 บาท

**ธุรกิจนำเข้า-ส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภคขนาดกลาง** ที่ต้องคำนวณ landed cost จากหลายสกุลเงินและทำใบกำกับภาษีให้ตรงตามข้อกำหนดกรมสรรพากร งบมักสูงกว่าธุรกิจการค้าทั่วไปเพราะต้องมีการตั้งค่าเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนและ landed cost adjustment ให้ถูกต้องตั้งแต่แรก งบ implementation ทั่วไปอยู่ราว 500,000-800,000 บาท

ตัวเลขเหล่านี้ให้ภาพว่างบประมาณ Odoo ไม่ได้เริ่มที่หลักหมื่น อย่างที่โฆษณา "เริ่มต้นถูก" มักบอกไว้

เมื่อไหร่ที่ Odoo ไม่ใช่คำตอบ

ธุรกิจที่มีผู้ใช้งานระบบจริงต่ำกว่า 5 คน แทบไม่มีความจำเป็นต้องลงทุน Odoo เลย ร้านค้าปลีกเดี่ยวที่เจ้าของทำบัญชีเองกับพนักงาน 2-3 คน ใช้โปรแกรมบัญชีสำเร็จรูปอย่าง FlowAccount หรือ PEAK บวกระบบ POS ทั่วไป ถูกกว่าและเรียนรู้เร็วกว่ามาก ค่า implementation ขั้นต่ำหลักแสนบาทของ Odoo ไม่มีทางคุ้มทุนในสเกลนี้

ธุรกิจที่รายได้หลักมาจาก e-commerce บน Shopee, Lazada หรือเว็บของตัวเองที่ต้องการฟีเจอร์การตลาดขั้นสูง เช่น abandoned cart recovery, A/B testing หน้า checkout หรือ personalization ที่ลึกมาก โมดูล eCommerce ของ Odoo ทำงานได้ในระดับพื้นฐานถึงปานกลาง แต่ไม่ได้ออกแบบมาแข่งกับ Shopify ที่มี ecosystem ปลั๊กอินเฉพาะทางเรื่องนี้โดยตรง ถ้าธุรกิจคือการขายออนไลน์ล้วนๆ ไม่ได้ต้องการ back-office เชื่อมบัญชีหรือสต๊อกซับซ้อน Shopify มักตอบโจทย์เร็วกว่า

ธุรกิจการผลิตขนาดใหญ่ที่ผูกอยู่กับ SAP หรือระบบ MES (Manufacturing Execution System) เฉพาะทางมานานแล้ว ก็ไม่ใช่กลุ่มที่ควรรีบย้าย ต้นทุนและความเสี่ยงในการรื้อระบบที่ integrate กันแน่นหนาอยู่แล้ว มักสูงกว่าประโยชน์ที่ได้จาก Odoo ในกรณีนี้ขยาย module ของระบบเดิมมักประหยัดกว่าการเปลี่ยนทั้งระบบ

วิธีลดต้นทุน Odoo เบื้องต้นและแนวทางการลงทุน

  • เริ่มจาก standard flow ก่อน อย่าเพิ่ง custom ทุกอย่างตั้งแต่วันแรก ใช้งานจริงสัก 2-3 เดือนแล้วค่อยดูว่าจุดไหนจำเป็นต้องปรับจริงๆ
  • เลือกจำนวน apps ที่ subscribe ให้ตรงกับที่ใช้จริง ไม่ต้องเปิดทุกโมดูลถ้าไม่มีทีมพร้อมใช้งาน เพราะค่าไลเซนส์คิดต่อผู้ใช้ไม่ใช่ต่อโมดูล แต่การเปิดโมดูลเยอะเกินจำเป็นทำให้หน้าจอซับซ้อนและเทรนพนักงานยากขึ้น
  • ถ้างบจำกัด ให้พิจารณา Community ควบคู่กับการจ้าง developer local ทำ module เสริมเฉพาะจุดที่จำเป็น แลกกับความเสี่ยงที่ต้องดูแลระบบเองมากขึ้น
  • ทำ data migration ให้สะอาดตั้งแต่แรก อย่าย้ายข้อมูลขยะจากระบบเก่าไปทั้งหมด เพราะยิ่งข้อมูลเยอะยิ่งเทสยาก
  • เจรจาสัญญา maintenance ให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น ว่าอะไรรวมอยู่ในสัญญา อะไรคิดเพิ่ม กันปัญหาทะเลาะเรื่องขอบเขตงานตอนระบบมีปัญหา
  • วางแผนงบสำหรับการอัปเกรดเวอร์ชันล่วงหน้าทุก 2-3 ปี ไม่ใช่รอให้เวอร์ชันเก่าหมดการซัพพอร์ตแล้วค่อยวิ่งหาทีมทำแบบเร่งด่วน

คำนวณงบ Odoo แค่ปีแรกคือความผิดพลาดที่แพงที่สุด อีก 2-3 ปีข้างหน้ามีค่าอัปเกรด ค่า maintenance ค่าขยายทีมรออยู่แล้ว วางแผนเลขพวกนี้ตั้งแต่วันเซ็นสัญญา ไม่ใช่ตอนบิลมาถึง

แหล่งอ้างอิง

  • odoo pricing
  • erp cost
  • implementation
  • licensing
  • thailand

ผลงานจากทีมวิศวกรของเราเอง

Shopify Odoo Connector

ซิงก์สองทาง Shopify ⇄ Odoo แบบเรียลไทม์ ทั้งสินค้า สต็อก คำสั่งซื้อ ลูกค้า และการคืนเงิน

$230.98 จ่ายครั้งเดียว

ดูรายละเอียด
พร้อมหรือยัง?

มาดูกันว่า Odoo เหมาะกับธุรกิจของคุณจริงหรือไม่

คุยกันสั้น ๆ พร้อมคำตอบตรงไปตรงมา ถ้ามันไม่ใช่ระบบที่เหมาะกับคุณ เราจะบอกตามตรง

LINE myprofitbook · WhatsApp · Bangkok · New York · Delhi NCR