บิลครบทุกชั่วโมง คุมงบครบทุกงาน — Odoo สำหรับธุรกิจบริการวิชาชีพ
ทุกอุตสาหกรรมมีกระบวนการหนึ่งที่ ERP สำเร็จรูปรับมือได้ไม่ดี ใบบันทึกเวลาส่งช้า ใบแจ้งหนี้จึงออกช้า และกระแสเงินสดช้าตาม เราเริ่มจากจุดนั้น เพราะการแก้ตรงนี้คือสิ่งที่ทำให้การวางระบบส่วนที่เหลือคุ้มค่า
—— จุดที่เป็นปัญหา
สิ่งที่มักพังก่อนเป็นอันดับแรก
ชั่วโมงงานที่หายไประหว่างใบบันทึกเวลากับใบแจ้งหนี้
ที่ปรึกษาบันทึกเวลาในเครื่องมือหนึ่ง เรทค่าบริการอยู่ในสเปรดชีตของพาร์ทเนอร์ ส่วนใบแจ้งหนี้ไปร่างในระบบบัญชีตอนสิ้นเดือน ชั่วโมงไหนที่คนวางบิลอธิบายให้ลูกค้าไม่ได้ก็ถูกตัดทิ้งเงียบ ๆ แทนที่จะถูกตรวจสอบ หลายบริษัทจึงไม่เคยรู้อัตราการเรียกเก็บจริงของตัวเอง เพราะยอดที่ถูกตัดทิ้งไม่ปรากฏเป็นตัวเลขที่ไหนเลย
งานเหมาจ่ายที่ไม่มีเส้นงบประมาณให้ดู
SOW ระบุ 120 ชั่วโมง แต่ทีมส่งมอบลงเวลาเข้ารหัสโปรเจกต์กลาง ๆ ที่ไม่มีงบผูกไว้ กว่าจะเห็นว่างานบานก็ตอนร่างใบแจ้งหนี้งวดสุดท้าย ซึ่งสายเกินไปสำหรับ change order ที่ลูกค้าน่าจะยอมเซ็นตั้งแต่สัปดาห์ที่สาม ถ้าไม่เห็นชั่วโมงเทียบงบเป็นรายเฟส scope creep ก็จะมองไม่เห็นจนกลายเป็นยอดที่เก็บเงินไม่ได้
ค่าใช้จ่ายเรียกเก็บคืนได้ ที่ไปไม่ถึงใบแจ้งหนี้ลูกค้า
ค่าตั๋วเครื่องบิน เบี้ยเลี้ยง และบิลผู้รับเหมาช่วงถูกลงบัญชีเป็นค่าใช้จ่ายส่วนกลาง โดยไม่ผูกกับงานที่ทำให้มันเกิดขึ้น ใบแจ้งหนี้ลูกค้าจึงออกไปโดยไม่มีรายการเรียกเก็บคืน กำไรก็รั่วไปทีละใบเสร็จ ส่วนการตามเก็บย้อนหลังจากกองใบเสร็จอายุสองเดือน คือบทสนทนาที่ไม่มีใครชนะ
—— จุดเริ่มต้นของคุณ
จุดเริ่มต้นสามแบบ ที่เราพบบ่อยที่สุด
จุดเริ่มต้นของคุณ · 01
เริ่มจากสเปรดชีต
คำสั่งซื้อ สต็อก และต้นทุน อยู่ในไฟล์ที่มีคนเข้าใจอยู่คนเดียว เราย้ายชีตที่เสี่ยงที่สุดก่อน เพื่อให้เห็นผลในไม่กี่สัปดาห์ ไม่ใช่หลายไตรมาส
จุดเริ่มต้นของคุณ · 02
เริ่มจากระบบเดิม
ERP ตัวเก่ายังทำงานอยู่ แต่ไม่มีใครกล้าแตะ เราย้ายข้อมูลเป็นชุดที่ตรวจสอบได้ ระหว่างที่ธุรกิจยังค้าขายตามปกติ พร้อมจุดย้อนกลับทุกขั้น
จุดเริ่มต้นของคุณ · 03
ขยายสาขาหรือเพิ่มบริษัท
การเติบโตทำให้สมมติฐานฐานข้อมูลเดียวใช้ไม่ได้อีกต่อไป เราจัดโครงสร้างใหม่รองรับหลายบริษัท หลายคลัง และงบการเงินรวม โดยไม่หยุดการดำเนินงาน
—— โมดูล
โมดูลที่ภาคธุรกิจนี้ ควรเริ่มต้นจริง ๆ
- โครงการ
- บันทึกเวลา
- ออกใบแจ้งหนี้
- CRM
—— ขั้นตอนการวางระบบ
แม่แบบรายอุตสาหกรรม ปรับให้เข้ากับการทำงานจริงของคุณ
เดินตามกระบวนการจริง
เราติดตามคำสั่งซื้อจริงหนึ่งรายการตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่ใบเสนอราคาจนถึงเก็บเงิน ก่อนแตะหน้าจอตั้งค่าใด ๆ
ตั้งค่าฐานของอุตสาหกรรม
โมดูลที่อุตสาหกรรมนี้ควรเริ่มต้นถูกติดตั้งก่อน โดยตั้งค่ากับข้อมูลหลักจริงของคุณ ไม่ใช่ข้อมูลตัวอย่าง
นำร่องกับทีมเดียวก่อน
หนึ่งไซต์ หนึ่งทีม หนึ่งเดือน ผลนำร่องเป็นตัวตัดสินว่าอะไรจะขยายผล และข้อโต้แย้งจากหน้างานถูกนำมาปรับแม่แบบก่อนส่งมอบส่วนอื่น
ขยายผลและส่งมอบ
ไซต์ที่เหลือทยอยขึ้นระบบตามจังหวะที่กำหนด พร้อมเอกสารและ super-user ที่ผ่านการอบรมประจำแต่ละไซต์
—— บริการที่เกี่ยวข้อง
ดูบริการอื่น ๆ ของเรา
—— คำถามที่พบบ่อย
คำถามที่ลูกค้ามักถามเกี่ยวกับบริการนี้
ลูกค้ารายเดียวมีทั้งงานเหมาจ่าย งานคิดตามชั่วโมง และ retainer พร้อมกันได้ไหม
ได้ เพราะใน Odoo วิธีวางบิลกำหนดที่ระดับบรรทัดใบสั่งขาย ไม่ใช่ระดับลูกค้า งานเหมาจ่ายวางบิลตาม milestone งานคิดตามชั่วโมงดึงจากใบบันทึกเวลาโดยตรง ส่วน retainer ตั้งเป็นเงินมัดจำแล้วหักจากใบแจ้งหนี้งวดถัดไป ทั้งหมดรวมอยู่ในโปรเจกต์เดียว งบเดียว จึงยังอ่านกำไรต่องานได้ชัด
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายของงานบริการในไทยจัดการอย่างไร
ค่าบริการในไทยส่วนใหญ่ถูกลูกค้าหัก ณ ที่จ่าย 3% ยอดเงินที่รับจริงจึงไม่เท่ากับยอดในใบแจ้งหนี้ เราตั้งค่าการหักภาษีตอนบันทึกรับชำระ เพื่อให้ลูกหนี้ตัดยอดได้ถูกต้อง และติดตามยอดตามหนังสือรับรอง (50 ทวิ) ไว้กระทบยอดกับ ภ.ง.ด. ที่ยื่น แนวทางเดียวกันนี้รองรับ TDS สำหรับบริษัทที่วางบิลในอินเดียด้วย
ที่ปรึกษาต้องเลิกใช้ Jira หรือเครื่องมือบันทึกเวลาเดิมไหม
ไม่จำเป็นตั้งแต่วันแรก ใบบันทึกเวลาของ Odoo มีตัวจับเวลาและกรอกผ่านมือถือได้ และเมื่อชั่วโมงกลายเป็นตัวขับใบแจ้งหนี้ อัตราการกรอกมักสูงกว่าที่คาด ส่วนทีมที่ทำงานอยู่ใน Jira เราซิงก์ worklog เข้ามาผ่านตัวเชื่อมต่อแทน สิ่งที่ต้องอยู่ใน Odoo จริง ๆ คือเรทค่าบริการกับใบแจ้งหนี้ ส่วนแหล่งที่มาของชั่วโมงยืดหยุ่นได้
มาดูกันว่า Odoo เหมาะกับธุรกิจของคุณจริงหรือไม่
คุยกันสั้น ๆ พร้อมคำตอบตรงไปตรงมา ถ้ามันไม่ใช่ระบบที่เหมาะกับคุณ เราจะบอกตามตรง