ตีราคาจากประสบการณ์ ได้งานมา แล้วค่อยไปรู้ตอนปิดงบว่างานนั้นเหลือกำไรจริงแค่ไหน
ในออฟฟิศมีไฟล์ต้นทุนอยู่หนึ่งไฟล์ที่แม่นยำมากในวันที่สร้างมัน หลังจากนั้นราคาวัตถุดิบก็ขยับ สเปคงานก็เปลี่ยน และการเสนอราคาก็ค่อย ๆ กลายเป็นประสบการณ์บวกส่วนเผื่อกันพลาด เดือนส่วนใหญ่ก็รอดมาได้ แต่คุณจะไม่เห็นเลยว่างานไหนกำไรรั่ว จนกว่าบัญชีจะบอก ซึ่งช้ากว่าวันที่ตั้งราคาไปหลายสัปดาห์แล้ว
—— คุ้น ๆ ไหม?
คุณรู้จักปัญหานี้ จากอาการเหล่านี้
ใบเสนอราคาเริ่มจากไฟล์ต้นทุนของปีก่อน บวกเปอร์เซ็นต์ที่รู้สึกว่าปลอดภัย โดยไม่มีใครยืนยันได้ว่าความปลอดภัยนั้นยังเหลืออยู่จริง
ราคาวัตถุดิบขยับมาแล้วสามรอบนับจากวันที่อัปเดตไฟล์ต้นทุนครั้งล่าสุด แต่ใบเสนอราคายังออกด้วยตัวเลขชุดเดิม
งานสองงานที่หน้าตาเหมือนกันตอนเสนอราคา จบออกมากำไรต่างกันลิบ และไม่มีใครอธิบายได้ว่าต่างกันตรงไหน
ของเสีย งานแก้ และโอที ถูกเหมารวมเข้าค่าโสหุ้ยก้อนเดียว สุดท้ายจึงไม่มีสินค้าตัวไหนถูกชี้ได้ว่าเป็นตัวที่ขาดทุน
การตีราคาทุกงานขึ้นอยู่กับคนอาวุโสคนเดียวที่จำต้นทุนได้ทั้งโรงงาน และใบเสนอราคาต้องต่อคิวรอทุกครั้งที่เขาไม่ว่างหรือลางาน
ต้นทุนที่แท้จริงของสินค้าหนึ่งตัวประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนที่กระจายอยู่คนละที่ ราคาซื้ออยู่ในบัญชี ชั่วโมงทำงานอยู่ที่หน้าไลน์ ค่าขนส่งอยู่ในบิลของเฟรทฟอร์เวิร์ดเดอร์ ส่วนของเสียมักไม่ถูกจดไว้ที่ไหนเลย ไม่มีสเปรดชีตไหนรวมชิ้นส่วนเหล่านี้เข้าด้วยกันเป็นรายสินค้าได้ ไฟล์ต้นทุนจึงเป็นเพียงภาพนิ่งที่เริ่มคลาดเคลื่อนตั้งแต่วันที่กดเซฟ การตีราคาด้วยความรู้สึกจึงไม่ใช่ความสะเพร่า แต่เป็นวิธีเดียวที่เหลืออยู่เมื่อข้อมูลกระจัดกระจายแบบนี้
—— ทางออก
Odoo ปิดช่องว่างนี้อย่างไร
BOM ที่รู้ราคาวัตถุดิบของวันนี้
Odoo คิดต้นทุนวัตถุดิบด้วยวิธีมาตรฐานอย่าง FIFO หรือต้นทุนถัวเฉลี่ย ทุกครั้งที่รับของเข้า ต้นทุนจริงของชิ้นส่วนจะอัปเดตตาม รวมถึงตอนที่ซัพพลายเออร์ขึ้นราคา สูตรการผลิต (BOM) แบบหลายชั้นรวมตัวเลขเหล่านั้นขึ้นมาเป็นต้นทุนสินค้าสำเร็จรูป และสั่งคำนวณราคาจาก BOM ได้จากข้อมูลสด ไม่ใช่ไฟล์ของปีก่อน ราคาวัตถุดิบขยับเมื่อไหร่ ต้นทุนของคุณขยับตามทันที
ต้นทุนจริงเป็นรายใบสั่งผลิต
ใบสั่งงาน (work order) ในโมดูล Manufacturing บันทึกเวลาที่ใช้จริงในแต่ละสถานีงาน และแต่ละสถานีมีอัตราค่าใช้จ่ายต่อชั่วโมงครอบคลุมทั้งคนและเครื่องจักร หน้าวิเคราะห์ต้นทุนของใบสั่งผลิตจึงเทียบแผนกับของจริงได้เป็นรายงาน รวมถึงของเสียที่แจ้งไว้บนใบสั่งนั้นด้วย งานสองงานที่ "เหมือนกัน" จะไม่เป็นปริศนาอีกต่อไป เพราะแต่ละงานถือตัวเลขของตัวเอง
วัตถุดิบนำเข้าถือต้นทุนแฝงครบทุกบาท
ฟีเจอร์ landed costs ของ Odoo กระจายค่าขนส่ง ภาษีนำเข้า และค่าประกันภัย ลงในสินค้าแต่ละรายการของใบรับของ ตามมูลค่า น้ำหนัก หรือจำนวน วัตถุดิบนำเข้าจึงถูกตีมูลค่าเท่าต้นทุนจริงที่จ่ายไปกว่าของจะถึงชั้นวาง ตัวเลขนี้ไหลต่อเข้า BOM และรายงานกำไรโดยอัตโนมัติ ใบแจ้งหนี้ของซัพพลายเออร์จะไม่ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นต้นทุนทั้งหมดอีกต่อไป
เห็นกำไรบนใบเสนอราคา ก่อนกดส่ง
ใบเสนอราคาใน Odoo แสดงกำไรทั้งรายบรรทัดและทั้งใบ คำนวณจากต้นทุนสินค้าปัจจุบัน ไม่ใช่จากความจำของพนักงานขาย งานสั่งผลิตตามสเปคใช้เทมเพลตใบเสนอราคาคู่กับตัวกำหนดค่าสินค้า (product configurator) เพื่อตีราคาสินค้าหลายแบบด้วยหลักเดียวกันทุกครั้ง จากนั้นรายงานวิเคราะห์กำไรรายสินค้าและรายลูกค้าจะชี้ให้เห็นชัดว่ากำไรรั่วออกไปตรงไหน
—— วิธีที่เราดำเนินการ
การเปลี่ยนผ่านที่ถูกจัดการอย่างถูกต้อง
นำร่องกับสินค้าตัวหลักที่เลี้ยงบริษัท
เราเริ่มจากสินค้ากลุ่มเดียว มักเป็นกลุ่มที่ทำรายได้หลักให้บริษัท โดยสร้าง BOM ขั้นตอนการผลิต และกติกาการคิดต้นทุนของกลุ่มนั้นให้ครบก่อน ขอบเขตและราคาของระยะนี้ตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มงานเสมอ
พิสูจน์ต้นทุนกับตัวเลขบัญชีจริง
ช่วงรอบแรก ๆ ตัวเลขต้นทุนจาก Odoo รันคู่กับไฟล์เดิมของคุณ และเรานั่งไล่ทุกส่วนต่างกับทีมบัญชีจนอธิบายได้ครบทุกรายการ ไฟล์ต้นทุนเก่าจะถูกปลดก็ต่อเมื่อระบบพิสูจน์แล้วว่าให้คำตอบที่แม่นกว่า
อบรมด้วยงานจริงที่กำลังรัน กับที่ปรึกษาคนเดิม
ทีมผลิตและทีมบัญชีเรียนรู้จาก BOM และใบสั่งผลิตจริงที่ค้างอยู่ของตัวเอง เป็นภาษาไทยหรืออังกฤษก็ได้ และที่ปรึกษาคนที่วางขอบเขตงานอยู่กับคุณตั้งแต่การคุยครั้งแรกจนถึงวันใช้งานจริง
—— บริการที่เกี่ยวข้อง
ดูบริการอื่น ๆ ของเรา
—— คำถามที่พบบ่อย
คำถามที่ทีมงานถามเกี่ยวกับปัญหานี้
BOM ของเรายังไม่ครบ หรืออยู่ใน Excel ทั้งหมด จะเริ่มได้ไหม
นี่คือจุดตั้งต้นปกติของแทบทุกโรงงาน การสร้าง BOM ที่ถูกต้องให้สินค้าตัวหลักคืองานแรกของระยะที่หนึ่ง ไม่ใช่เงื่อนไขก่อนเริ่มโครงการ เรานำเข้าเท่าที่มีอยู่ แล้วเติมส่วนที่ขาดร่วมกับทีมผลิตที่หน้างานจริง ส่วนสินค้าที่นาน ๆ ผลิตทีค่อยตามมาในระยะถัดไปได้
ต้นทุนมาตรฐาน ถัวเฉลี่ย หรือ FIFO ควรใช้วิธีไหน
Odoo รองรับทั้งสามวิธี และตั้งค่าแยกตามหมวดสินค้าได้ คำตอบตรง ๆ คือขึ้นอยู่กับความผันผวนของราคาวัตถุดิบ และวิธีที่ฝ่ายบัญชีของคุณต้องการตีมูลค่าสต็อก เราจะเลือกวิธีร่วมกับทีมการเงินของคุณตั้งแต่ช่วงวางขอบเขต ก่อนตั้งค่าระบบใด ๆ เพราะการเปลี่ยนวิธีภายหลังทำได้แต่มีผลทางบัญชี ตัดสินใจให้ถูกตั้งแต่ครั้งแรกจึงคุ้มกว่า
ฝ่ายขายเห็นกำไรก่อนส่งใบเสนอราคาได้ไหม โดยไม่ต้องเห็นข้อมูลส่วนอื่น
ได้ กำไรแสดงบนใบเสนอราคาเป็นรายบรรทัด คำนวณจากต้นทุนปัจจุบันของสินค้า ราคาที่ตั้งพลาดจึงถูกเห็นก่อนถึงมือลูกค้า ส่วนสิทธิ์การเข้าถึงกำหนดได้ว่าใครเห็นต้นทุนและกำไรบ้าง จะให้พนักงานขายทุกคนเห็น หรือเฉพาะคนที่มีอำนาจอนุมัติราคา ก็เลือกได้เอง
ต้องใช้ Odoo Enterprise ไหมถึงจะคิดต้นทุนแบบนี้ได้
ไม่ทั้งหมด การรวมต้นทุนจาก BOM ต้นทุนแบบ FIFO และถัวเฉลี่ย landed costs และการแสดงกำไรบนใบเสนอราคา ใช้ได้บนรุ่น Community ที่ไลเซนส์ $0 ส่วนการจับเวลาจริงหน้าไลน์ผ่าน work order และสถานีงาน เป็นความสามารถฝั่ง Enterprise ของโมดูลการผลิต หากกรณีของคุณจำเป็นต้องใช้ Odoo เรียกเก็บกับคุณโดยตรง และเราไม่บวกราคาไลเซนส์เพิ่มเด็ดขาด
มาดูกันว่า Odoo เหมาะกับธุรกิจของคุณจริงหรือไม่
คุยกันสั้น ๆ พร้อมคำตอบตรงไปตรงมา ถ้ามันไม่ใช่ระบบที่เหมาะกับคุณ เราจะบอกตามตรง